มาแล้วจ้าาา

กว่าจะมาอัพแต่ละตอนได้ =  = นานมากกกกก

อย่างแรกเลยตอยเปิดเพจใหม่แล้วน้าา ลิ้งมีอยู่ด้านข้างเลยจ้าา

เป็นเพจของตอยที่ลงรูปวาดดเรื่อยเปื่อย -0- แบบว่าปิดเทอม6เดือนมันว่างมาก!

ไม่ค่อยได้เข้ามาอัพเท่าไหร่เลย งั้นวันนี้จะอัพให้เต็มที่เลยละกาน > <

ประเดิมรูปแรกกกก Fanart Exo ละกันเนอะ

หลีดเดอร์จาก MและK

(แม้พี่คริสจะออกไปแล้วก็เหอะ ยังทำใจไม่ได้เลย TT )

พี่คริส01

ตุ้ยจางงงฉันคิดถึงพี่จังเลยย TTTTT

ต่อไปหลีดเดอร์จากฝั่งK

ที่รักเค้าเองแหละ เค้าเมนพี่หลีดโฮ> <

โอ้ยยหล่อกระแทกจิ้นมาก

แต่วาดออกมาไม่เหมือน =  =

ซูโฮ

fanart Exo

ตอยวาดไว้เท่านี้ แต่ก็ยังมีบรรดานางแบบ วิคตอเรียซีเคร็ทมานะจ้ะ

บาบาร่าาา

New 5

Babara Palvin

อาจไม่เหมือน  ไม่เหมือนฝุดๆ T^T

เดี๋ยวมาต่อที่ภาพเหมือนสีไม้น้าาาา จุ้บบบ

ฝากไลค์เพจ & ฟอลโลที่ไอจี IG

กะตอยก็วาดผู้ชายเป็นนะ

หลายๆคนคงเคยเห็นกะตอยวาดแต่ผู้หญิงสินะ

จริงๆกะตอยก็วาดผู้ชายได้นะ 55555555

วันนีัจะนำเสนอออ ผู้ชายคนแรกของกะตอย

พระเอกนิยาย

นี่ไง ตามสูตรพระเอกนิยายเป๊ะ

สูงเพรียว จมูกโด่ง  ริมฝีปากบางน่าจุ๊บ 55555555555

เดี๋ยวขอตัวไปวาดนางเอกก่อนน้าาา  แล้วเจอกันใหม่ค้าบบบบบบบบบ ^^

กะตอยคัมแบคค

จบม.6แล้วน้าาาาาา า กะตอยปิดเทอมยาวววเลยยยยย T ^ T

สอบก็ไม่ต้องสอบเหมือนคนอื่นเขา เพราะว่าเราได้โควต้ามาแล้ว

กว่าจะเปิดเทอมก็ตั้งเดือน สิงหาแน่ะ

ไหนๆวันนี้ก็ได้เข้ามาในบล็อคแล้วก็ว่าจะมาอัพรูปวาดซะหน่อยย ><

เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา พี่ทับทิมVRZO ได้มีกิจกรรม

วาดแฟนอาร์ตในหัวข้อ”ทับทิมในจินตนาการของฉัน”

กะตอยได้มีโอกาสร่วมการแข่งขันด้วย

ซึ่งตอยเพิ่งมารู้ข่าวในวันสุดท้าย เลยวาดดดดดดดดดแบบเร่งรีบมากๆ

tubtimm

กะตอยติด 70 คนสุดท้ายจากพันกว่าคoน

แต่ไม่ชนะเลิศศศศศ  TT TT

จะทยอยลงเรื่อยๆน้าาาาาา ><

……………………………………………………

ภาพเหมือนสีไม้ ><

อะโย่ววววววว สวัสดีค้าาาา >/\<

นานๆทีจะยอมโผล่หัวออกมาจากกะลา.

ช่วงนี้มีสอบโน้นนี่นั่น ไหนจะสอบเข้ามหาลัย Gat-Pat O-net + กับงานที่ รร กิจกรรมที่ รร ก็เยอะมากมาย

เลยไม่ค่อยได้เข้ามาแปะอะไร

วันนี้แหละ กะตอยจะแปะ ไว้แค่ภาพเดียว ฮี่ๆๆ

ภาพนี้กะตอยวาดไว้เพื่อจะเอาไปทำ พอทฟอริโอ้ในการสอบสัมภาษณ์ มทร.(ราชมงคลธัญบุรี)

แล้วก้กะตอยก็สอบติด >< เฮ่ ดีใจ น้ำตาปริ่มม TwT

เป็นภาพเหมือนสีไม้ภาพแรกที่กะตอยลองวาด แล้วผลอกมา

มันเกิดคาด ไม่คิดว่าจะทำได้ขนาดนี้

1385832_446596425461131_1432884308_n

เทคนิคของกะตอยคือ วาดโครงหน้าเอาไว้ แล้วพอเราจะระบายสี เราก็ลบดินสอออก ให้เห็นรางๆ

เพื่อที่เวลาเราจะลงสี จะได้ดูธรรมชาติและสวยมากขึ้น

ตอนนี้กะตอย มี Istagram ที่สำหรับลงรูปวาดโดยเฉพาะเป้นของตัวเองแล้วน้า  ฟอลมาเหอะ -/\- #อ้อนวอน

Instagram

แล้วพบกัน เมื่อกะตอยว่างน้าาา  ♥

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Fan Art ฝีมือกะตอย

 

ในที่สุดก็ยอมโผล่หัวอกอมาจากหลุมมม !! =,.=

Fan Art ของกะตอยก็มีหลายประเภทนะ

เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่เรียนอยู่ด้วยกัน

เห็นว่าน่ารักดีเลยจับมาวาดเบยยย -///-

528229_439574126163361_1280867237_n

 

Heyley Williams นักร้องนำวง Paramore ไอดอลกะตอยเลยจ้าาาา

 

946037_438599869594120_1923267840_n

 

น้องแคร์ ม.4 ร.ร.ธัญรัตน์ จ้าาาาา ตัวจริงน่ารักสุดๆ ><

 

 

1235912_436773623110078_1886464226_n

 

 

พี่โอเล่ 6/6 รุ่นพี่จบไป รุ่น ธ.ร.29 จ้าาา  เฟรนลี่มว๊าก

 

 

7653_431516173635823_1686966174_n

 

เธอคนนี้ก็คือ พี่ต้นโอ๊คนั่นเองงงงงงงงงงงงง > <

 

เซฮุน.jpg12

 

 

โอเซฮุน  มักเน่ Exo-K  ♥

อ่านเพิ่มเติม

fan Art ♥ 2

คราวที่แล้ว ลงแต่ Fan Art ของหนุ่มๆไป

วันนี้กะตอยจะมาลง Fan Art ของสาวๆกันบ้าง

tumblr_lwnb4itsbU1qc6cb5o1_500

snsd-tiffany-fanart

e0055515_4b591011e36f8

C10899427-85

_fanart__gayoon_from_4minute___by_kbyun-d6bkg5w

71448_558990324112015_1110102025_n_large

image

image_t6 (1)

image_t6

k02

2ne1_fire

2NE1-Fan-Art-yg-entertainment-17725596-750-574

2NE1-Fan-Art-yg-entertainment-17725602-713-970

2NE1-Fan-Art-yg-entertainment-17725605-1050-600

tumblr_m7imljAJGt1r2w454o1_500

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทย

เรามารู้จักกับศิลปินของไทยบ้างดีกว่า

มีใครบ้างไม่รู้จักกับบุคคลท่านนี้

ท่านมีชื่อเสียงจากผลงานและสถาปัตยกรรมที่งดงาม

อย่าง วัดร่องขุ่น

thetrippacker_chiang_rai_wat_rongkhun_phanthit_008 thetrippacker_chiang_rai_wat_rongkhun_phanthit_012

kie5geb96dcce85bggi5e

เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ (เกิด 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498) จิตรกรไทยมีผลงานจิตรกรรมไทยหลายอย่าง ได้มีผลงานเช่น ภาพจิตรกรรมไทยในอุโบสถวัดพุทธประทีป

กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, เขียนภาพประกอบบทพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก และผลงานศิลปะที่ วัดร่องขุ่น ซึ่งมีทั้งงานสถาปัตถยกรรม, ประติมากรรมปูนปั้น และงานจิตรกรรมไทย

ประวัติ

เป็นจิตรกรที่มีฝีมือเป็นที่ยอมรับท่านหนึ่งของประเทศไทย เป็นชาวหมู่บ้านร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย เกิดวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2498 เป็นบุตรคนที่ 3 ของนายฮั่วชิว แซ่โค้ว
(ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นนายไพศาล) และนางพรศรี อยู่สุข​ทำคลอดด้วยหมอตำแยชื่อยายตุ่น ชีวิตตอนเด็กๆ เป็นคนเกเร ไม่ตั้งใจเรียน แต่มีความชอบวาดรูป
จึงพยายามเข้าเรียนที่เพาะช่าง และมหาวิทยาลัยศิลปากร เคยได้รับเหรียญทองจากการประกวดผลงานระดับชาติ ในตอนที่เรียนอยู่ตอนปีที่ 4
มีผลงานรูปวาดตามผนังของวัดไทยมากมาย ผลงานปัจจุบัน ท่านตั้งใจที่จะสร้างวัดร่องขุ่น ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่าน ด้วยศิลปะสมัยใหม่

ผลงาน

การแสดงผลงาน เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จัดแสดงผลงานเดี่ยว และร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการสำคัญต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

ตั้งแต่ พ.ศ. 2520 จนถึงปัจจุบัน

* พ.ศ. 2523 เป็นประธานก่อตั้งกลุ่ม “ศิลปไทย 23” เพื่อต้านอิทธิพลศิลปะจากยุโรป อเมริกา
* พ.ศ. 2527 เริ่มโครงการจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธประทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และเดินทางไปเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังวัดพุทธปทีป โดยไม่คิดค่าจ้าง
* พ.ศ. 2539 เริ่มดำเนินการออกแบบก่อสร้างอุโบสถ วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย บ้านเกิดของตนถวายเป็นพุทธบูชาจนถึงปัจจุบัน

รางวัลและเกียรติยศ

* พ.ศ. 2520 – รางวัลที่ 1 เหรียญทอง จากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 3
* พ.ศ. 2520 – รางวัลเกียรตินิยมอันดับ 3 จากการประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 25
* พ.ศ. 2522 – รางวัลที่ 2 เหรียญเงิน จากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวง ครั้งที่ 4 ของธนาคารกรุงเทพ
* พ.ศ. 2536 – ได้รับเครื่องหมายเกียรติคุณบุคคลตัวอย่างผู้สร้างเสริมงานวัฒนธรรมด้าน จิตรกรรม จาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
* พ.ศ. 2537 – ได้รับโล่เชิดชูเกียรติ “เพชรสยาม” (สาขาจิตรกรรม) จากสถาบันราชภัฎจันทรเกษม
* พ.ศ. 2538 – ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เขียนภาพประกอบ บทพระราชนิพนธ์ “พระมหาชนก”
และออกแบบเหรียญพระราชทานคณะแพทย์
* พ.ศ. 2543 – ที่ปรึกษากรมศิลปากร งานเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระพุทธรัตนสถานในพระบรมมหาราชวัง
o ที่ปรึกษาธนาคารแห่งประเทศไทย ออกแบบธนบัตรราชาภิเษกสมรส ครบ 50 ปี
o ถวายการสอนพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์

ทุนที่ได้รับ

* พ.ศ. 2523 – ทุนจากกลุ่มศิลปินร่วมสมัยของศรีลังกา ร่วมกับสถานทูตไทยในโคลัมโบให้พำนักศึกษา พุทธศิลป์ เป็นเวลา 6 เดือน และทุนในการแสดงผลงาน
* พ.ศ. 2524 – ทุนจากโยฮันเนส ซุลทส์เทสมาร์ ให้พำนักและแสดงผลงานในเยอรมนีเป็นเวลา 6 เดือน – ได้รับเชิญจากบริติชเคาน์ซิล ให้ไปดูงานศิลปะ
และพบศิลปินมีชื่อของอังกฤษ
* พ.ศ. 2526 – ทุนจากทูตวัฒนธรรมเยอรมนี ไปศึกษาดูงานพุทธศิลป์ ในประเทศพม่า
* พ.ศ. 2527 – ทุนจากมูลนิธิวัดพระพุทธศาสนา ณ กรุงลอนดอน และรัฐบาลไทยในการเขียนภาพจิตรกรรม ฝาผนัง วัดพุทธปทีป ณ กรุงลอนดอน
* พ.ศ. 2532 – ทุนจากกงสุลเยอรมนีในซานฟรานซิสโก แสดงผลงานในสหรัฐอเมริกา
* พ.ศ. 2539 – ทุนจากกงสุลไทยในแอลเอ ร่วมกับสภาศิลปกรรมไทยในสหรัฐอเมริกาเพื่อเดินทางไปแสดงผลงาน เนื่องในโอกาสเปิดสถานกงสุลไทย

ที่มา วีกีพีเดีย

หากจะนับชื่อศิลปินไทยที่เรารู้จัก แน่นอนว่า “เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์” เป็นศิลปินในลำดับต้นที่ถูกนึกมาเป็นชื่อแรกๆ เขาเป็น 1 ใน 3 ของศิลปินสายจิตรกรรมในประเทศไทย
ที่นักสะสมต้องการความเห็นของเขา ผลงานของเขาอยู่ในแกลเลอรี่ส่วนตัวของเศรษฐี นักธุรกิจชั้นนำหลายคน
การสร้างงานที่เดินทางมาสู่จุดปลายสุดในสาขาอาชีพของความเป็นศิลปินไทย อันได้แก่ ถวัลย์ ดัชนี, จักรพันธ์ โปษยกฤต ที่อยู่ในฐานะศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์
(จิตรกรรม) ด้วยการยอมรับจากสังคม และผลงานที่ถูกตีราคาสูง

ด้วยผลผลิตจากบรรยากาศชาตินิยมในช่วงปี 2519 การเกิดขึ้นของภาควิชาศิลปไทยในมหาวิทยาลัยศิลปากรภายใต้การกำกับของ ชลูด นิ่มเจริญ ได้สร้างบัณฑิตรุ่นแรกอย่าง
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ มาผลิตงานศิลปะไทยในช่วงกระแสชาตินิยม

ด้วยเหตุนี้ศิลปะไทยจึงกลายเป็นจุดยืนของเขาที่ชัดเจนจากที่ว่างที่มี อยู่ในสังคมในขณะนั้น ด้วยรูปลักษณ์ “ความเป็นไทยแบบร่วมสมัย”
นอกจากนั้นการร่วมและจัดตั้งกลุ่ม “ศิลปไทย 23” เพื่อต่อต้านกระแสวัฒนธรรมต่างชาติในปี 2523 ก็ทำให้ลักษณะการพูดจาอย่างไม่กลัวเกรงเป็นจุดเริ่มที่ติดตา
และได้กลายเป็นการย้ำจุดยืนของเขาที่ชัดเจนในศิลปะไทยต่อสังคมในขณะนั้น ภายหลังจากนั้นอีก 4 ปีถัดมา การเดินทางไปเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพุทธประทีป
ตำบลวิมเบิลดัน พาร์คไซด์ (Wimbledon Parkside) ประเทศอังกฤษ เป็นการมุ่งสู่ความลึกซึ้งทางธรรม และกลายเป็นอิทธิพลต่องานในแนวทาง
“พุทธศิลป์” (Buddhistic Art) ที่เขาศรัทธา จนนำไปสู่การสร้างงานประติมากรรมและจิตรกรรมที่ยิ่งใหญ่โดยฝากผลงานทั้ง ชีวิตทิ้งไว้ให้เป็นพุทธบูชา

“วัดร่องขุ่น” ที่จังหวัดเชียงราย ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยว เมื่อเกือบ 2 ปีก่อนเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 18,000 คน ก่อนที่จะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในปีที่แล้ว
โดยคาดว่าปริมาณคนที่แห่เข้ามาชมผลงานจะมากขึ้นและเหยียบหลักแสนได้ภายในไม่ กี่ปี ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะชาวไทยที่ตั้งใจ
มาเยี่ยมชมผลงานของเฉลิมชัย ซึ่งสิ่งที่เขากล่าวถึงเสมอก็คือต้องการที่จะสร้างงานตลอดชีวิต เขาบอกว่าเกิดจากความต้องการที่จะสร้างงานระดับโลก
ไม่ได้มีปัญหาเรื่องขาดเงิน

การจัดงานนิทรรศการ “วาดทำบุญ” ที่ผ่านมา 3 ครั้ง เป็นการจากมาและจากไปแต่ละครั้งของชีวิต เมื่อ 7 ปีที่แล้ว การพักงานเขียนเพื่อที่จะลงมือสร้างวัดร่องขุ่น
เริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ชื่อของเขาก็ยังขายได้มาตลอด ปัจจุบันงานนิทรรศการของเขาที่ผ่านมาจึงไม่ใช่การขายผลงานจริง แต่เป็นเพียงแค่การแสดงผลงานที่ผ่านมา
ตั้งแต่การเป็นชีวิตนักศึกษา เป็นส่วนที่ต่อจาก ภาพพิมพ์ เสื้อ หนังสือ และการ์ด ที่จำหน่ายและตั้งใจนำรายได้สมทบทุนสร้างวัดร่องขุ่นโดยให้ทุกคนร่วมทำบุญ
ในจำนวนจำกัดที่ไม่มากกว่า 1 หมื่นบาท และจะไม่มีการจารึกชื่อใดๆ ทั้งสิ้น

ด้วยคำกล่าวตอนหนึ่งที่เขากล่าวกับ “POSITIONING” ว่าเขาไม่ความจำเป็นใดๆ เพื่อที่จะวาดรูปอีก เขาไม่ได้ต้องการวาดรูปขายหรือเพื่อประทังชีวิต
เพราะสิ่งที่เขามีอยู่ตอนนี้เรียกได้ว่าเกินพอ การวาดของเขาก็เพื่อศาสนา วาดในวัดแค่นี้ก็คงพอแล้ว การจำกัดไม่ให้ใครคนใดบริจาคมากเกินไป ก็เพื่อหวังจะให้ผลงานนี้
เป็นของทุกคนในประเทศ และเป็นงานของแผ่นดินจริง เขาเล่าว่า ได้รับการติดต่อจากวัดหลายแห่งทั่วประเทศเพื่อที่จะสร้างผลงน แต่เขาเลือกที่จะไม่ไป
โดยพอใจที่จะอยู่ที่ถิ่นเกิด และหมายมั่นตั้งใจว่าจะสร้างผลงานที่นี่ตลอดชีวิต ให้เป็นงานระดับโลก

ปัจจุบันรายได้จากภาพพิมพ์ เสื้อ หนังสือ และการ์ด ที่มาจากผลงานของเขา ที่จำหน่ายในวัดร่องขุ่นเดือนหนึ่ง รวมถึงเงินบริจาค รายได้ตกอยู่เฉลี่ยเดือนละ 1.2 ล้านบาท
ถูกบริหารจัดการในรูปแบบบริษัทและมีคณะกรรมการที่มาจากชุมชนเป็นคนคอยดูแล โดยที่เฉลิมชัยวางตัวและดำรงอยู่ในฐานะเป็นศิลปินผู้ออกแบบเท่านั้น
เขาเล่าว่าเขาปฏิเสธที่จะรับรู้รายได้ และวิธีการบริหารทั้งหมด คนงานภายในวัดกว่า 48 คนถูกจัดแบ่งหน้าที่ตามฝ่ายต่างๆ 6 ฝ่าย
ประกอบด้วยลูกศิษย์ที่เป็นช่างฝีมือชาวบ้านจังหวัดเชียงรายทั้งสิ้น รายได้หมดไปกับเงินเดือนพนักงานราวเดือนละ 2 แสนบาท และวัสดุอุปกรณ์เพื่อสร้างงาน
ที่ส่งมาจากต่างประเทศราคาแพง เป็นสิ่งที่สะท้อนมาจากฝ่ายจัดการอีกว่า พื้นฐานโครงสร้างที่กำลังจะต่อเติมเพิ่มขึ้นอีก 9 หลัง
ถูกปรับและรื้อถอนตามความไม่พอใจของเฉลิมชัย ซึ่งตกอยู่ราวประมาณ 2-5 ล้านบาทต่อหนึ่งงานที่จ้างจากภายนอก ที่เป็นฝ่ายทำให้ชายผู้เรียกตัวเองว่า “บ้า” ระดับหนึ่ง
กลายเป็นจริง

ขณะที่ส่วนต่างถูกจัดเก็บเพื่อเป็นกองทุน ในยามที่เฉลิมชัยบอกเล่าออกมาเสมอด้วยความไม่ประมาทว่า “หากเขาจากไปเมื่อไหร่ทุกส่วนต้องอยู่ได้ตัวของตัวเอง”
ปัจจุบันเฉลิมชัยเดินทางโดยไม่พกเงิน มีเพียงหมวก และไม้เท้าปลายแหลมเพื่อคอยเก็บเศษขยะชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่อยู่ในวัดภายใน พื้นที่ราว 3 ไร่ โดยเป็นพื้นที่เมื่อเริ่มแรก
ก่อนที่จะได้รับบริจาคและจัดซื้อบริเวณโดยรอบราว 12 ไร่ อันเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านเล่าว่าแต่ก่อนเคยเป็นป่ารกแต่ 7 ปีถัดมาได้กลายสภาพเป็นพื้นที่ร้านค้า และร้านอาหาร
ลานจอดรถ รวมไปถึงบริเวณรอบนอกที่กำลังจะถูกพัฒนา โดยจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นปัญหาสำคัญ รวมไปถึงการดูแลภูมิทัศน์โดยรอบ

ไม่ว่าบ้านสองหลังในกรุงเทพฯ ที่ซอยอารีย์สัมพันธ์ และบ้านที่สะพานใหม่ พื้นที่ที่เขาใช้สิทธิเลือกตั้ง บ้านที่เชียงใหม่สำหรับโรงเรียนของลูกและที่อยู่ของภรรยา
และบ้านพักใกล้น้ำตกที่เชียงรายถูกดูแลโดยครอบครัวที่เฉลิมชัยอุปถัมภ์ 3 ครอบครัว การวางแผน และการจัดการทรัพย์สิน รวมไปถึงภาพเขียนที่เป็นที่ต้องการของตลาด
เขาเล่าว่าถูกจัดการอย่างเป็นระบบ และเตรียมการมาอย่างดี

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ผลงานของอาจารย์ เฉลิมชัย ค่ะ

หาโอกาสไปเที่ยววัดร่องขุ่นด้วยนะคะ สวยงามมากๆจริงๆ กะตอยเคยไปมาเมื่อตอนม.2

ประทับใจมากเลย ทุกอย่างล้วนเป็นสีขาว

แม้กระทั่งปลาในบ่อน้ำ

อยาก ไป อีก T T แต่ไกลบ้านเหลือเกิน

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

http://www.sipang-artgallery.com/รวบรวมประวัติศิลปินไทยศิลปินโลก/ประวัติอาจารย์เฉลิมชัยโฆษิตพิพัฒน์.html 

Fan Art ♥

Fan Art คือ.. เหล่าแฟนคลับที่วาดรูปของศิลปินท่านนั้นๆ

อย่างกะตอย เคยวาดรูปให้กับพี่ทับทิมมัลลิกา

จนรูปภาพของตอยไปอยู่ในอัลบั้มFan Art ของพี่ทับทิมด้วยย ><

ทับทิม

เพิ่งเห็นว่าตาเบี้ยวน่ะ T T แก้ไขไม่ได้ละ ปล่อยเลยตามเลยละกัน 55555

เอาละ เรามาดู Fan Art ของศิลปินเกาหลีกันบ้างดีกว่า

เพราะ Fan Art ของพวกนี้เยอะมากมาย ><

เริ่มจาก… Exo เลยละกัน กะตอยชอบเป็นการส่วนตัวนะ 555

exo 3 exo exo2 exo4 exo5 exo6 exo7 exo8

ต่อมาเป็นของ Bigbang

กะตอยเป็น V.I.P

นะฮร้าาาาาาาาาา

fan-art-big-bang5 fan-art-big-bang4 fan-art-big-bang3 fan-art-big-bang2 fan-art-big-bang

สวยๆน่ารักๆทั้งนั้นนนนนนนนนเลย ถ่ากะตอยว่างพอ อาจจะวาดสักรูปสองรูป ><

รับตรง!! มัณฑนศิลป์ ศิลปากร 57

ม.6 คนไหนที่สนใจอยากเข้า มัณฑนศิลป์ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

มาดูรายละเอียดกันเลยจ้าาาาา!!!

กะตอยก็สมัครเหมือนกันน เราอาจจะได้เจอกันน้า   ♥

รับตรง โครงการปกติ คณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ปีการศึกษา 2557

รับตรง-57-โครงการปกติ-คณะมัณฑนศิลป์-มหาวิทยาลัยศิลปากร071

รับตรง-57-โครงการปกติ-คณะมัณฑนศิลป์-มหาวิทยาลัยศิลปากร041รับตรง-57-โครงการปกติ-คณะมัณฑนศิลป์-มหาวิทยาลัยศิลปากร001

รับตรง-57-โครงการปกติ-คณะมัณฑนศิลป์-มหาวิทยาลัยศิลปากร051

รับตรง-57-โครงการปกติ-คณะมัณฑนศิลป์-มหาวิทยาลัยศิลปากร011

รับตรง-57-โครงการปกติ-คณะมัณฑนศิลป์-มหาวิทยาลัยศิลปากร02

รับตรง-57-โครงการปกติ-คณะมัณฑนศิลป์-มหาวิทยาลัยศิลปากร031

รับตรง-57-โครงการปกติ-คณะมัณฑนศิลป์-มหาวิทยาลัยศิลปากร06

เพื่อนๆคนไหนสนใจสมัคร ให้รีบเลยนะค้าาา หมดเขตรับสมัครวันที่20กันยายนนี้แล้ว

กะตอยต้องขอโทษด้วยน้าที่เพิ่งมาบอกเอาป่านนี้  T^T

http://www.decentrance.su.ac.th/

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.tlcthai.com/education/study-more/43790.html

ประวัติศาสตร์ศิลปะของไทย

กะตอยได้เรียนวิชาประวัติศาสตร์มา

ซึ่งเป็นเรื่อง บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ของไทย

แล้ว1ในนั้น คือ ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี

ศิลป์_พีระศรี

เดิมชื่อของท่าน คอร์ราโด เฟโรชี Corrado Feroci เป็นชาวอิตาลีสัญชาติไทย ถือว่าเป็นปูชนียบุคคลคนหนึ่งของไทย โดยได้สร้างคุณูปการในทางศิลปะจนเป็นที่รู้จักกว้างขวาง เป็นทั้งผู้ก่อตั้งและครูสอนศิลปะในมหาวิทยาลัยศิลปากร จนเป็นที่รักใคร่และนับถือทั้งในหมู่คณาศิษย์และอาจารย์ และได้รับการยกย่องว่าเป็นปูชนียบุคคลของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ท่านมีผลงานที่โดดเด่นหลายอย่างในประเทศไทย ได้แก่ พระราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) ที่สวนลุมพินี และอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี

  ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เกิดเมื่อวันที่ 15 กันยายน พ.ศ.2435 (ค.ศ.1892) ที่เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี นามเดิมคือ คอร์ราโด เฟโรจี ตรงกับรัชกาล 6 ในขณะนั้น รัฐบาลประเทศสยาม มีนโยบายขอให้รัฐบาลประเทศอิตาลีคัดเลือกประติมากรผู้มีฝีมือมารับราชการปฏิบัติงานหมีคำไม่สุภาพ และถ่ายทอดความรู้แก่ชาวสยาม ให้มีความรู้ทางด้านศิลปะทัดเทียมกับชาวตะวันตก ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้า เจ้าอยู่หัว ปี พ.ศ.2466 ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี จึงได้รับมอบหมายและเดินทางมารับราชการกรมศิลปากร กระทรวงวัง ในตำแหน่งช่างปั้น ที่ประเทศสยาม ในวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2466 เมื่ออายุท่านย่าง 32 ปี ผลงานที่ทำให้ท่านมีชื่อเสียงจนได้รับเลือกมารับราชการในประเทศสยาม คือ ประติมากรรมอนุสาวรีย์สงคราม ที่เมืองปอร์โตเฟอราอิโอ ทางด้านชีวิตครอบครัว ก่อนเดินทางมาประเทศไทย ท่านเคยแต่งงานมาครั้งหนึ่งแต่ได้แยกทางกัน และท่านเดินทางมากับภริยาใหม่ คือ นางฟันนี วิเวียนนี และได้ใช้ชีวิตร่วมกันในประเทศสยาม จนถึงสงครามโลกครั้งที่ 2 ครอบครัวขอท่านจึงกลับประเทศอิตาลีพร้อมลูกชาย และลูกสาว แต่ท่านกลับอยู่ประเทศสยามด้วยความเสียสละเพื่องานศิลปะ และด้านศิลปะศึกษาที่ท่านรัก ท่านแยกทางกันแต่มีโอกาสได้พบกันเมื่อท่านลางานเพื่อเยี่ยมเยือนครอบครัวในบางปี

gart5

  ปี พ.ศ.2486 ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ศาสตราจารย์ คอร์ราโด เฟโรจี มีสัญชาติอิตาเลี่ยนซึ่งแพ้สงครามจึงถูกกักกันตัว ( บางครั้งกล่าวว่ากักบริเวณ ) ท่านจึงเปลี่ยนชื่อ และสัญชาติโดยมีชื่อ “ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี” แทนนามเดิม
ท่านแต่งงานกับคุณมาลินี แคนนี่ แต่ไม่มีบุตร ธิดาด้วยกัน ท่านอุทิศตนจนถึงวาระสุดท้ายให้กับการบุกเบิกศิลปะ และศิลปะศึกษาในประเทศไทย แม้อายุท่านล่วงเลยเกิน 60 ปีแล้ว จวบจนท่านถึงแก่กรรม ณ โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2505 โดยสร้างสรรค์ผลงานศิลปกรรมโดยเฉพาะอนุสาวรีย์ที่สำคัญต่างๆ ในประเทศไทย

index.php

ความรับผิดชอบในหน้าที่ 
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ให้การอบรมแก่ศิษย์ทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติโดยมิได้เหน็ดเหนื่อย ท่านเป็นผู้ที่มีความขยันขันแข็ง ท่านมาทำงานแต่เช้าก่อนเวลา ๘.๐๐ น. และกลับบ้านหลังเวลา ๑๘.๐๐ น.ทุกวัน ตั้งใจถ่ายทอดวิชาอย่างจริงจัง ทำให้ศิษย์ทุกคนมีความขยัน หมั่นเพียร ใครเกียจคร้านท่านจะไม่พูดด้วย ท่านชอบที่อยู่ใกล้ศิษย์เสมอ ปกติท่านมิเคยลาป่วยหรือลาหยุดแล้ว ในทางตรงกันข้ามมาทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ ท่านทำงานไม่หยุดว่าง ทั้งงานประติมากรรมอนุสาวรีย์ของส่วนราชการ และงานสอนที่ท่านทุ่มเท ท่านเคารพต่อราชการไม่เคยใช้เวลาราชการ และไม่เคยทำงานพิเศษเป็นส่วนตัวแสวงหารายได้เพื่อเลี้ยงชีพเพิ่มพูนรายได้นอกจากเงินเดือนราชการ
ความขยันหมั่นเพียรของท่าน ควรค่าแก่การเคารพในเกียรติยศของท่าน

ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากร
ปี พ.ศ.2469 ศาสตราจารย์ศิลป์ ได้ย้ายมาเป็นช่างปั้น สังกัดกองประณีตศิลปกรรม กรมศิลปากร กระทรวงธรรมการ ระหว่างนั้นท่านได้เริ่มสอนศิลปะแก่ผู้สนใจโดยเฉพาะทางด้านประติมากรรม ทั้งทางด้านทฤษฎี และปฏิบัติ ศิษย์รุ่นแรกๆส่วนใหญ่มาจากโรงเรียนเพาะช่าง เมื่อทางราชการเล็งเห็นความสำคัญของการศึกษาทางด้านศิลปะจึงให้ท่านเป็นผู้วางหลักสูตร และตำราขึ้น โดยมีมาตรฐานเช่นเดียวกับยุโรป อาจารย์ดำรง วงศ์อุปราช กล่าวว่า ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นบุคคลผู้มีความสำคัญที่สุดในการทำให้เกิดศิลปิน และศิลปะแบบใหม่ขึ้นในประเทศไทยอย่างแท้จริง ศิลปินมีการสร้างสรรค์ศิลปะที่มีฐานของความรู้และความเข้าใจ ท่านเห็นว่า การสร้างสรรค์งานศิลปะนั้นจำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างเป็นระบบและแบบแผน ท่านจึงพยายามให้ทางราชการเปิดโรงเรียนสอนศิลปะ จนเปิดโรงเรียนประณีตศิลปกรรมขึ้น
ในปี พ.ศ.2477 กรมศิลปากรจึงจัดตั้งโรงเรียนประณีตศิลปกรรม โดยมีศาสตราจารย์ศิลป์เป็นผู้อำนวยการและเป็นผู้สอนวิชาศิลปะทั้งทางด้านทฤษฎี และปฏิบัติ โรงเรียนประณีตศิลปกรรมได้ยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยศิลปากร ในปี พ.ศ.2486 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นโรงเรียนสอนศิลปะสากลแห่งแรกของประเทศสยามและเอเชียอาคเนย์

carabao186937

ผู้วางรากฐานการศึกษา และริเริ่มก่อตั้งวิทยาลัยช่างศิลป์
ในระดับเตรียมมหาวิทยาลัยนั้น ท่านได้ริเริ่มวางรากฐานมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2488 การเรียนศิลปะ ศาสตราจารย์ศิลป์ กล่าวว่า การศึกษาศิลปะ ต้องใช้เวลามาก อย่างน้อยต้อง 8 ปี แต่ในระดับปริญญาตรี ใช้เวลา 5 ปี ท่านจึงสนับสนุนให้ตั้งโรงเรียนศิลปศึกษา หรือโรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร และสามารถเปิดเป็นโรงเรียนศิลปศึกษาขึ้น ในปี พ.ศ.2495 ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นโรงเรียนช่างศิลป และปัจจุบันคือวิทยาลัยช่างศิลป ตามลำดับ ซึ่งจัดการเรียนการสอนทางด้านศิลปะระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง และผลิตบุคลากรศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาทางด้านศิลปะมาเป็นเวลานาน
ในการจัดทำหลักสูตรในช่วงเริ่มต้นเปิดโรงเรียนนั้น อาจารย์ประยูร อุลุชาฏะ เป็นผู้ที่ศาสตราจารย์ศิลป์ไว้วางใจให้เป็นผู้จัดทำหลักสูตร ตลอดจนการดำเนินงานต่างๆในขั้นแรกเริ่มตั้งโรงเรียนเตรียมมหาวิทยาลัยศิลปากร ในขณะนั้นยังไม่มีสถานที่เรียน ต้องอาศัยสถานที่ในมหาวิทยาลัยศิลปากร จนเมื่อย้ายสถานที่เรียนมาอยู่ที่ตึกกระทรวงคมนาคม ซึ่งถูกรื้อ และสร้างเป็นโรงละครแห่งชาติในปัจจุบัน

คนที่เรียนทางด้านศิลป์ คงไม่มีใครรู้จักกับบุคคลท่านี้ 😀

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.thaiart.in.th/index.php?topic=44.0